“พาณิชย์” ดันสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยเจาะตลาดสหรัฐฯ

“พาณิชย์” ดันสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยเจาะตลาดสหรัฐฯ
 

                 "พาณิชย์” ดันสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยชิงส่วนแบ่งตลาดสหรัฐฯ เผยข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว มะพร้าว และผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ธัญพืชและผลไม้อบแห้ง ชาสมุนไพร มีโอกาสสูง แนะผู้ส่งออกจับมือผู้นำเข้าหรือสมาคมผู้จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาด ด้านผลสำรวจล่าสุดพบน้ำมะพร้าว เครื่องดื่มขมิ้นชัน น้ำผลไม้ ได้รับความนิยม

 

                  นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ไทยในสหรัฐฯ ทำการสำรวจโอกาสทางการค้าสำหรับสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเกษตรอินทรีย์ในตลาดสหรัฐฯ โดยพบว่าปัจจุบันสินค้าเกษตรอินทรีย์มีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ การบริโภคสินค้าปลอดสารพิษ การให้ความสำคัญต่อการปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม และยังพบแนวโน้มใหม่ที่ผู้บริโภคในสหรัฐฯ นิยมสั่งซื้อวัตถุดิบไปทำอาหารบริโภคในบ้าน โดยเน้นวัตถุดิบที่เป็นเกษตรอินทรีย์กันมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้จำหน่ายรายใหญ่ได้หันมาให้ความสำคัญต่อการจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ และการขยายตัวของการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ทำให้สามารถสั่งซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้ง่ายขึ้น

 

                    สำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยที่มีโอกาสในการขยายตลาดในสหรัฐฯ ได้แก่ กลุ่มข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว เช่น ข้าวหอมมะลิ และขนมขบเคี้ยวทำจากข้าวหอมมะลิ เป็นต้น กลุ่มมะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว เช่น น้ำมันมะพร้าว นมพร้อมดื่มจากมะพร้าว กะทิ น้ำมะพร้าว น้ำตาลมะพร้าว และขนมขบเคี้ยวจากมะพร้าว เป็นต้น กลุ่มธัญพืชและผลไม้อบแห้ง เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง และเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบแห้ง เนยถั่ว ผักและผลไม้อบแห้ง เป็นต้น และกลุ่มชาสมุนไพร เช่น ชาขิง ชาสะระแหน่ ชาตะไคร้ เป็นต้น

 

                ส่วนช่องทางการเข้าสู่ตลาด ผู้ส่งออกจะต้องร่วมมือกับผู้นำเข้าหรือสมาคมผู้จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดผู้บริโภค เพื่อให้สามารถพัฒนาสินค้าได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค และแสวงหาผู้จัดจำหน่ายที่มีศักยภาพในเขตพื้นที่ตลาดเป้าหมาย เพื่อให้เป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งผู้ส่งออกสามารถที่จะขอรับคำปรึกษากับกรมฯ ได้

 

                นอกจากนี้ ในการเข้าสู่ตลาดจะต้องศึกษาข้อมูลลักษณะพื้นฐานและความต้องการของกลุ่มลูกค้าในตลาดเป้าหมายว่าเป็นอย่างไร เพราะกลุ่มบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มักจะอยู่อาศัยเป็นครอบครัวเดี่ยว มีสมาชิกครอบครัวไม่มาก จึงนิยมเลือกซื้อสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์หีบห่อขนาดกะทัดรัด ไม่ใหญ่เกินไป และที่สำคัญจะต้องควบคุมคุณภาพการผลิตให้ตรงตามมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ และมีมาตรฐานตามที่สหรัฐฯ กำหนด เพราะองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ และกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ มีความเข้มงวดอย่างมากในการตรวจสอบอาหารนำเข้าสหรัฐฯ รวมทั้งต้องศึกษาการนำสินค้าเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเกษตรอินทรีย์ในตลาดสหรัฐฯ เพื่อแนะนำสินค้า เช่น งาน Americas Food and Beverage Show และงาน Natural Expo West เป็นต้น

 

                นางจันทิรากล่าวว่า ปัจจุบันสินค้าอินทรีย์ที่ได้รับความนิยมในตลาดสหรัฐฯ และมีศักยภาพในการทำตลาดสูงมาก ก็คือ น้ำมะพร้าว แต่ก็เริ่มมีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น ผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทยต้องปรับตัวโดยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า โดยอาจจะพิจารณานำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในกระบวนการผลิต เน้นการสร้างเรื่องราวความน่าสนใจให้สินค้าเพื่อดึงดูดความสนใจผู้บริโภค ถัดมาเป็นเครื่องดื่มขมิ้นชัน ที่เริ่มได้รับความนิยม เนื่องจากผู้บริโภคเชื่อว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพและบรรเทาอาการอักเสบของร่างกายได้ ซึ่งในการทำตลาดควรควบคุมคุณภาพไม่ให้มีโลหะหนัก โดยเฉพาะสารตะกั่วเจือปนเกินกำหนด และน้ำผลไม้ทรอปิคอล เช่น น้ำทับทิม น้ำมังคุด และชาหมัก น้ำผึ้งหมัก ที่มีแนวโน้มและโอกาสทางการตลาดมากขึ้น

ที่มา: 
https://mgronline.com/business/detail/9600000120645
ผู้ประกาศ: 
ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์
ภาพข่าว: