อาหาร Vegan เทรนด์อาหารมาแรงในสหราชอาจักร

อาหาร Vegan เทรนด์อาหารมาแรงในสหราชอาจักร

                  มีการสำรวจโดย Vegan Society พบว่า อาหาร Vegan หรือ อาหารมังสวิรัติ (ไม่ส่วนผสมของเนื้อสัตว์ รวมทั้ง ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น นม เนย ชีส ไข่ น้ าผึ้ง ยีสต์ และ เจลาติน) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในสหราชอาณาจักร ปัจจุบันมีชาวสหราชอาณาจักรที่รับประทาน อาหาร Vegan จำนวนกว่า 542,000 คน โดยประมาณ ร้อยละ 50 ของผู้บริโภคที่รับประทานอาหาร Vegan มีอายุระหว่าง 15 – 34 ปี สหราชอาณาจักร เป็นตลาดอาหาร Vegan ที่ใหญ่ที่สุดในโลก รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา โดยปัจจุบัน ชาวสหราชอาณาจักรจ านวนมาก นิยมรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพในช่วงเดือนมกราคม เพื่อ เป็นการ detox ภายหลังจากการฉลองในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ ซึ่งทำให้เกิดความต้องการ รับประทานอาหาร Vegan เพิ่มขึ้น โดยเรียกว่า “Veganuary” โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีผู้รับประทาน อาหาร Vegan ประมาณ 52,000 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม ปี 2014 ถึง 50,500 คน (ข้อมูลจาก Telegraph) ห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ในสหราชอาณาจักร ต่างเพิ่มจำนวนสินค้า Vegan ในร้าน โดย ห้าง Tesco ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารที่มีพืชเป็นส่วนประกอบหลัก “Wicked Kitchen” ทั้งนี้ ห้าง Sainsbury’s ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำจากพืชเพื่อใช้ทดแทนเนื้อสัตว์ ได้แก่ Shroomdogs (ไส้กรอก เห็ด) Cauli Burger (เบอร์เกอร์กะหล่ าดอก) BBQ jackfruit (บาร์บีคิวเนื้อขนุน) และ Mushroom mince (เห็ดบดเพื่อใช้ทดแทนเนื้อหมูบด) เป็นต้น นอกจากนี้ ร้านอาหารต่างๆ ในสหราชอาณาจักรต่างขานรับต่อ ความต้องการบริโภคอาหาร Vegan ที่เพิ่มขึ้น โดยร้านอาหารแบบ Chain รายใหญ่ ได้แก่ Pizza Hut, Wagamama, Nando’s และ Zizzi ต่างเพิ่มรายการอาหาร Vegan ในเมนู

 

               ข้อคิดเห็นของ สคต. ในส่วนของสินค้าอาหารจากไทยที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการส่งออก สำหรับเทรนด์อาหาร Vegan ได้แก่ ขนุน ซึ่งปัจจุบันมีวางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตไทย/เอเชีย ห้างซุปเปอร์ มาร์เก็ตขายสินค้าเพื่อสุขภาพ เช่น Whole Food โดยได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมี Celebrity Chef ที่มีชื่อเสียง/มีผู้ติดตามใน Social Media จำนวนมาก ได้นำมาปรุงอาหาร นอกจากนี้ ข้าวสีต่างๆ เช่น ข้าวเหนียวดำ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ น่าจะมีโอกาสในการขยายตลาดในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะในกลุ่มผู้รัก สุขภาพ อย่างไรก็ดี ข้าวและข้าวสีต่างๆ ของไทยยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในตลาดสหราชอาณาจักร ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรมีการประชาสัมพันธ์ถึงคุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่นของข้าวสีแต่ละชนิด และคุณภาพ ของข้าวจากประเทศไทย โดยลงทุนในการท าการตลาดผ่านทาง Social Media โดยอาจจะทำร่วมกับ Celebrity Chef ที่มีชื่อเสียง/มีผู้ติดตามใน Social Mediae จำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ข้าวไรซ์เบอร์รี่และข้าวสี ต่างๆของไทยเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และส่งผลให้มีการนำเข้าข้าวไทยมาจำาหน่ายใน สหราชอาณาจักรเพิ่มมาก ขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรที่จะศึกษาความต้องการของตลาดและมีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ไม่หยุดนิ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ และ Vegan

 

ที่มา: 
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ผู้ประกาศ: 
ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์
ภาพข่าว: