เกษตรกรบ้านเด่น อำเภอแม่ทะ ยึดหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ สร้างฐานะพออยู่พอกิน

เกษตรกรบ้านเด่น อำเภอแม่ทะ ยึดหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ สร้างฐานะพออยู่พอกิน

 

          บนพื้นที่แปลงปลูกสวนเกษตรแห่งหนึ่ง ในเขตท้องที่ชุมชนบ้านเด่น หมู่ที่ 8 ตำบลสันดอนแก้ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง มีครัวเรือนเกษตรกรได้ยึดหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ นำมาใช้ในการพัฒนาปรับเปลี่ยนผืนที่ดินทำกินของตนเอง ทำการปลูกพืชผสมผสานและเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพ เพื่อสร้างฐานะสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยในบริเวณพื้นที่แปลงปลูกสวนเกษตรดังกล่าว เกษตรกรได้มีการจัดสรรพื้นที่ทำการขึ้นแปลง ลงกล้าพันธุ์พืชผักไว้หลากหลายชนิด มีทั้งพืชสมุนไพร พืชผักสวนครัว และผลไม้ รวมไปถึงได้จัดแบ่งพื้นที่ไว้สำหรับเลี้ยงสัตว์

          ทั้งนี้จากการสอบถามทราบว่าสวนเกษตรแปลงดังกล่าว เป็นของครอบครัว นางปาณิสรา อินสุริยา สมาชิกเกษตรกรผู้ปลูกผักปลอดสารพิษ และเป็นเกษตรกรตัวอย่างของชุมชนบ้านเด่น ซึ่งนางปาณิสราฯ ได้กล่าวให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า พื้นที่ดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ ครอบครัวของตนได้ใช้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์มานานแล้ว แต่เดิมได้ทำการเกษตรแบบใช้สารเคมีร่วม ต่อมาได้รับการแนะนำจากเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอ เข้ามาช่วยสอนในเรื่องของการทำเกษตรปลอดสารพิษ ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่หลักเศรษฐกิจพอเพียง ครอบครัวของตนเห็นว่าเป็นวิธีการที่ดี จึงได้ทำตามเรื่อยมาอย่างจริงจัง ซึ่งก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างต้องคอยศึกษาปรับปรุงหาวิธีการใหม่ ๆ เพิ่มเติม ประกอบกับครอบครัวของตนเป็นครัวเรือนผู้รายได้น้อยถือครองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานเกษตรอำเภอ นำครอบครัวของตนเข้าร่วมเป็นหนึ่งในโครงการ "เกษตรผสมผสาน 1 ไร่ คลายจน" ของอำเภอแม่ทะ

          โดยตนได้เข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรทั้งด้านพืช ด้านปศุสัตว์ และการทำเกษตรผสมผสานตามแบบธรรมชาติ คือ การปล่อยให้พืชทุกอย่างแมลงทุกชนิดได้คอยช่วยเหลือและดูแลกันเองหมุนเวียนไปตามวัฏจักร เพียงแต่ต้องคอยใส่ใจในการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์อยู่เสมอ ซึ่งตนก็ได้นำมาทดลองทำในพื้นที่แปลงปลูก และก็ได้ผลเกินคาดนับแต่นั้นจึงได้ยึดเป็นหลักปฏิบัติใช้ในการประกอบอาชีพต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และจากการที่ได้เข้าร่วมโครงการ "เกษตรผสมผสาน 1 ไร่ คลายจน" ทางหน่วยงานภาครัฐก็ได้ช่วยสนับสนุนในเรื่องของปัจจัยการผลิต มอบไก่พันธุ์ไข่ให้ 150 ตัว พร้อมอาหาร 20 กระสอบ รวมทั้งมอบเมล็ดพันธุ์พืชชนิดต่าง ๆ ให้ได้นำมาพัฒนาต่อยอดปลูกในสวนแปลงเกษตรเดิมที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามในส่วนของการปลูกพืชผักเพื่อจำหน่ายให้ได้ผล

          นางปาณิสรา อินสุริยา ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการปลูกจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสม พิจารณาเลือกที่จะปลูกพืชให้พอเหมาะพอดีกับความต้องการของตลาดในแต่ละท้องที่ด้วย ทั้งนี้สำหรับตนเองแล้ว ได้เลือกที่จะปลูกพืชสร้างรายได้เช่น มะเขือ ถั่วฝักยาว มะระ บวบ ผักสลัด และแก้วมังกร เป็นต้น ส่วนที่เหลือก็จะปลูกไว้ใช้ประกอบอาหารและรับประทานกันเองในครอบครัว รวมไปถึงแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง ปัจจุบันครอบครัวของนางปาณิสรา อินสุริยา มีรายได้รายวันจากการจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรทั้งพืชผักชนิดต่าง ๆ และไข่ไก่ รวมเฉลี่ยประมาณ 400-500 บาทต่อวัน และมีรายได้รายปีจากการจำหน่ายผลไม้ "แก้วมังกร" อีกประมาณเกือบ 20,000 บาทต่อปี จากการปรับเปลี่ยนแนวคิดทำการเกษตรแบบใช้สารเคมีร่วมต้องคอยดูแลในทุกขั้นตอนการผลิต มาเป็นการทำการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่หลักเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรธรรมชาติ ทำให้ครอบครัวของนางปาณิสรา อินสุริยา มีความสุขในการประกอบอาชีพมากยิ่งขึ้น มีเวลาว่างเหลือมากพอที่จะไปทำงานประกอบอาชีพเสริมอื่น ๆ มีความสุขอยู่กับสภาพร่างกายที่แข็งแรงปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ อันเป็นผลกระทบเนื่องมาจากการใช้สารเคมี และครอบครัวยังมีรายได้ที่ต่อเนื่องยั่งยืน

 

ที่มา: 
http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG190513073020242
ผู้ประกาศ: 
ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์
ภาพข่าว: