ไทยพัฒนาเกษตรอินทรีย์รั้งอันดับ7 เอเชีย ชงตั้งสถาบันเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ

 

            นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงเกษตรอินทรีย์ของไทย ว่า ช่วง20 ปีที่ผ่านมา ไม่มีสาขาเศรษฐกิจใดที่เติบโตต่อเนื่องด้วยอัตราเฉลี่ยสูงเท่ากับสาขาเกษตรอินทรีย์คือเติบโตเฉลี่ยปีละ16% จากพื้นที่เพาะปลูก1หมื่นไร่ในปี2543 ขยายเป็น5.7แสนไร่ ในปีนี้

            ในขณะที่ทั่วโลกมีพื้นที่เพาะปลูก 360 ล้านไร่ คิดเป็นมูลค่า 2.8 ล้านล้านบาท ทำให้มองเห็นโอกาสของไทยที่จะขยายการเพาะปลูกผลผลิตและผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ได้อีกมาก เพราะโลกต้องการอาหารปลอดภัย(food safety)

            ความตื่นตัวเรื่องสุขภาพเป็นแรงขับให้ความต้องการอาหารอาการเสริมและยาบำรุงสุขภาพกลายเป็นสินค้ายอดฮิตบนตลาดออนไลน์ทำให้เป็นช่องทางตลาดที่เปิดขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีตลาดออนไลน์บริการจัดส่งและอีเพย์เมนต์ในไทยก้าวหน้ามาแรงสะท้อนจากการค้าอีคอมเมิร์ซสูงเกิน 3 ล้านล้านบาท ในปีที่ผ่านมา

            "ผมคิดว่าต้องให้เครดิตภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคเกษตรกร ที่ร่วมกันพัฒนาเกษตรอินทรีย์ของไทยจนขึ้นอันดับ 7  ของเอเซีย บ่งบอกถึงความก้าวหน้าและมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของเรา"

            นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ท่านรมว.เกษตรฯ มีนโยบายสนับสนุนเกษตรอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งคณะทำงานได้เสนอผลการศึกษาเรื่องการจัดตั้งสถาบันเกษตรอินทรีย์แห่งชาติและอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางและรูปแบบที่เหมาะสม และเป็นไปได้ก่อนสรุปเสนอท่านรัฐมนตรีพร้อมกับเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืน

            ส่วนเรื่องโครงสร้างการบริหารจัดการ นับว่าไทยมีการให้ความสำคัญกับเรื่องเกษตรอินทรีย์ถึงกับมีคณะกรรมการระดับชาติมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน และมีอนุกรรมการที่มีรัฐมนตรีเกษตรฯเป็นประธานซึ่งนโยบายรัฐบาลปัจจุบันก็ให้เป็นนโยบายหลักเลยทีเดียว

 

ที่มา: 
https://siamrath.co.th/n/101567
ผู้ประกาศ: 
ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์
ภาพข่าว: