ปลูกข้าวบนสวนผักออร์แกนิกลอยฟ้า ก้าวแรกสู่ระบบอาหารปลอดภัย “ธรรมศาสตร์”

มธ.เปิดบริการอุทยานการเรียนรู้ ป๋วย 100 ปี "สวนป๋วย"  ผืนเกษตรชุ่มน้ำ แหล่งเรียนรู้การเพาะปลูกปลอดสาร และประชาธิปไตย บนพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ ชูเกษตรกรรมสร้างสรรค์ อาหารมั่นคงและปลอดภัย ในโครงการ "ธรรมศาสตร์ทำนา และปลูกผัก บนหลังคาลอยฟ้า" บนสวนผักไร้สารลอยฟ้าใหญ่ที่สุดในเอเชีย

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ตามนโยบายการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความยั่งยืน มุ่งสู่ความมั่นคงและยั่งยืนด้วยการบริหารจัดการที่ทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคม และคน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเป็น "มหาวิทยาลัยแห่งความยั่งยืน" ประกอบกับ วาระที่ศาสตราจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ครบ 100 ปี  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้สร้าง "อุทยานการเรียนรู้ ป๋วย 100 ปี" หรือ "สวนป๋วย" ขึ้นเป็นอนุสรณ์แด่อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์"

ขณะเดียวกันได้จัดโครงการ "ธรรมศาสตร์ทำนา และปลูกผัก บนหลังคาลอยฟ้า" ซึ่งได้รับความสนใจคณะอาจารย์ นักศึกษา ศิษย์เก่า และประชาชนร่วมกันปลูกข้าวสายพันธุ์ข้าวหอมธรรมศาสตร์ บนสวนผักไร้สารเคมีลอยฟ้าใหญ่ที่สุดในเอเชีย อาคารอุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี โดยใช้พื้นที่ 100 ไร่ บนหลังคา ทำเป็นสวนผักออแกนิก ซึ่งสามารถผลิตอาหารได้กว่า 20 ตันต่อปี ซึ่งจะถูกนำไปประกอบอาหารให้แก่นักศึกษา และประชาชนทั่วไป

          ผลผลิตจากสวนผักบนหลังคา จะเป็นวัตถุดิบหลักในการนำมาปรุงอาหาร จัดจำหน่ายให้แก่ชาวธรรมศาสตร์ และประชาชนในราคาย่อมเยา มากไปกว่านั้น มีการวางแผนเอาไว้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการต่อยอดพื้นที่อาคารอุทยานการเรียนรู้ฯ ให้กลายเป็น “ตลาดพืชผลออร์แกนิก” สำหรับทุกคนที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ โดยจะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนนำผลผลิตออร์แกนิกมาร่วมจัดจำหน่าย และซื้อหากลับไปรับประทานได้

          ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะภาคีสำคัญในโครงการธรรมศาสตร์ทำนาฯ มองว่า อาคารแห่งนี้มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาและต่อยอดแนวคิดการบริโภคอาหารอย่างปลอดภัย ไร้สารเคมี และสร้างความมั่นคงด้านอาหารได้อย่างมีคุณภาพ ผ่านกระบวนการเรียนรู้และปฏิบัติจริงอย่างครบวงจร โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วม

          “นับตั้งแต่การวางแผนระบบเกษตรกรรมอินทรีย์ วิธีการเพาะปลูกไร้สารเคมี การเก็บเกี่ยวและจัดจำหน่ายสู่ผู้บริโภคในศูนย์อาหารออร์แกนิก จนถึงการจัดการขยะภายในมหาวิทยาลัยเพื่อนำมาเป็นปุ๋ยอินทรีย์ใช้ในเกษตรกรรมต่อไป รวมถึงแนวทางการออกแบบเชิงภูมิสถาปัตยกรรม ทั้งหมดสอดคล้องกับแนวคิดพื้นที่สุขภาวะได้อย่างสมบูรณ์แบบ” ดร.นพ.ไพโรจน์ ระบุ

          ขณะที่ ผศ.ปราณิศา บุญค้ำ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต กล่าวว่า การดำเนินงานนี้สอดคล้องกับแผนแม่บทเพื่อก้าวไปสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ การบริหารจัดการ และการใช้พื้นที่ทางกายภาพ ควบคู่ไปกับการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการก่อสร้างอาคาร รวมถึงการวิจัยและบูรณาการหลักสูตรการเรียนการสอน นำหลายสาขาวิชามาผสมผสานเข้าด้วยกัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสำคัญคือสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความยั่งยืน และเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในที่สุด

ที่มา: 
https://tu.ac.th/thammasat-2020-urban-rooftop-organic-farm , สสส. และ https://readthecloud.co/puey-park-thammasat/
ผู้ประกาศ: 
ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลการตลาดเกษตรอินทรีย์
ภาพข่าว: