ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกร ชมผลสำเร็จการทำเกษตรอินทรีย์ต่อยอดให้ยั่งยืน

                                                               ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกร ชมผลสำเร็จการทำเกษตรอินทรีย์ต่อยอดให้ยั่งยืน

          ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมนายสมชาย ตรีณาวงษ์ นายอำเภอหนองเสือ นายสมเดช คงกระพันธ์ เกษตรจังหวัดปทุมธานี นายอนุกูล สุริยสวัสดิ์ นายก อบต.หนองสามวัง นำทีมคณะเจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมปฏิบัติงานตามแผนเชิงรุกทำการออกเยี่ยมเยือนชุมชนกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชัง คลองสิบสาม หมู่ 6 ตำบลหนองสามวัง อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่นี้ ได้ยึดอาชีพเลี้ยงปลากระชังตลอดแนวสองฝั่งคลองระพีพัฒน์จำนวนกว่า 1,000 กระชัง เป็นระยะทางความยาวเกือบ 20 กิโลเมตร ปลาที่เลี้ยงในกระชังมีหลายชนิด เช่น ปลาดุก ปลาตะเพียน ปลายี่สก ปลาทับทิม ปลานิล ปลาบู่ เป็นต้น และได้ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรรากหญ้า เยี่ยมชมผลความสำเร็จการดำเนินงานทางการเกษตร พร้อมเตรียมส่งเสริมพัฒนาต่อยอดอาชีพให้เกิดความยั่งยืน

          จากนั้นดร.พินิจ บุญเลิศผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อม นายสมชาย ตรีณาวงษ์ นายอำเภอหนองเสือ นายสมเดช คงกระพันธ์ เกษตรจังหวัดปทุมธานี นายอักษร น้อยสว่าง นายก อบต.บึงชำอ้อพร้อมคณะได้เดินทางไปเยี่ยมชมดูผลความสำเร็จในการดำเนินงานประกอบอาชีพของกลุ่มพี่น้องเกษตรกร ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) สวนฟุ้งขจร เลขที่ 29 หมู่ที่ 3 ตำบลบึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยได้ลงเรือเยี่ยมชมสวนแปลงเกษตรผสมผสานตัวอย่างของกลุ่มเกษตรกรต้นแบบพลิกสวนเกษตรเชิงเดียวสู่ทำการเกษตรแบบผสมผสาน เน้นปลูกพืชหลายหลายโดยมีหลักสูตรการเรียนรู้และฐานการเรียนรู้ในการเกษตรอินทรีย์ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต และการพัฒนาคุณภาพของผลผลิต

          ดร.พินิจ บุญเลิศผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่าไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะปลูกพืชผลคล้ายภาคใต้ มีทั้งต้นยางพารา ต้นดาหลา ลองกอง ส้มเขียวหวาน และผัก 50 กว่าชนิด ทุกชนิดเน้นเกษตรอินทรีย์วิถีไทย คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค มีตลาดส่งขายที่ตลาดสีเขียวโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิตและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

          จุดเด่นของสวนฟุ้งขจร คือการที่ยังคงอนุรักษ์รูปแบบสวนแบบดั้งเดิมเอาไว้ โดยเฉพาะเป็นระบบสวนแบบขุดร่องน้ำ ใช้วิธีการล่องเรือไปทำสวนหรือเก็บเกี่ยวผลผลิตไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นภาพชีวิตที่หาได้ยากในปัจจุบัน และจะปลูกต้นไม้แบบผสมผสาน มีทั้งดอกดาหลา 5 สี ลูกค้าจะนำไปบริโภค ไปใส่ข้าวยำ หรือยำกับผักต่างๆพืชผัก ผลไม้ที่ปลอดสารพิษดีต่อสุขภาพแต่ละชนิดก็เป็นสินค้าชั้นดีที่ปลูกจากสวนที่เป็นเกษตรอินทรีย์ เมื่อสินค้าไม่มีสารพิษก็จะทำให้สุขภาพดี เกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษปัจจุบันความต้องการของประชาชนหันมาบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะเข้าใจถึงสุขภาพในการบริโภคของคนส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นเพียงกระแสเพื่อให้ตระหนักเท่านั้น แต่กำลังเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้เริ่มใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น “ปทุมธานียังมีของดีอีกเยอะ ความเป็นวิถีชีวิตเกษตรยังคงหาได้ อยากให้ทุกท่านมาเที่ยวชมกัน ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวทิ้งท้าย

 

ที่มา: 
https://www.77kaoded.com/content/348175
ผู้ประกาศ: 
ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์
ภาพข่าว: