ปฏิญญากรุงเทพฯ

รูปภาพของ OMICADMIN

             สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย และสมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย จัดพิธีประกาศปฏิญญากรุงเทพ “ด้านความร่วมมือในการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ระดับภูมิภาค” พร้อมทั้งการประชุมสัมมนาวิชาการ “เกษตรอินทรีย์” เพื่อประกาศความเป็นผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์ในระดับภูมิภาค ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เมื่อวันที่ 8 ก.ย.51 ที่ผ่านมา
       
       การประชุมครั้งนี้ได้มีการกล่าวคำปฏิญญาโดย ดร. สุจินดา โชติพาณิชย์ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และประธานกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ มีใจความว่า “คำ “ปฏิญญา” ในวันนี้ เสมือนเป็น “คำมั่นสัญญา” ในการประกาศแนวทางการดำเนินงาน การสร้างให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนร่วมกำหนดแผนการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในภูมิภาคของเรา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ได้อย่างยั่งยืน
       
       ปฏิญญามุ่งใน 7 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) กำหนดบทบาทการเป็นผู้นำในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับกลุ่มเกษตรอินทรีย์ในระดับภูมิภาค 2) ร่วมเป็นเครือข่ายหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์ และขยายเครือข่ายในวงกว้าง 3) เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลต่างๆ ของการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ 4) ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านการสัมมนาระดับภูมิภาค
       
       5) เสริมสร้างแนวทางการดำเนินงาน และปฏิบัติตามเป้าประสงค์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกัน 6) สนับสนุนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรายใหม่ให้ประสบผลสำเร็จในการทำธุรกิจเกษตรอินทรีย์ โดยการแลกเปลี่ยนความรู้ทางเทคนิค การตรวจสอบรับรองมาตรฐาน หรืองานวิจัย เป็นต้น และ 7) ส่งเสริมภาพลักษณ์ "Think organic…think Thailand"
       
       ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา 4 แผน ได้แก่ 1) ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างและจัดการองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ วงเงิน 1,753.59 ล้านบาท 2) ยุทธศาสตร์การพัฒนาการเกษตรอินทรีย์ตามวิถีพื้นบ้าน วงเงิน 2,431.14 ล้านบาท 3) ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างศักยภาพการเกษตรอินทรีย์เชิงพาณิชย์สู่สากล วงเงิน 591.03 ล้านบาท และ 4) ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการเพื่อพัฒนาเกษตรอินทรีย์ วงเงิน 51.10 ล้านบาท
       
       ดร. ศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า “สนช. ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาธุรกิจด้านเกษตรอินทรีย์เป็นอย่างมาก โดยถือเป็นยุทธศาสตร์หลักที่สำคัญอีกยุทธศาสตร์หนึ่งนอกเหนือจากยุทธศาสตร์ด้านพลาสติกชีวภาพ ซึ่งคาดว่าภายใน 2 ปีข้างหน้าจะสามารถให้การสนับสนุน โครงการนวัตกรรมด้านเกษตรอินทรีย์ไม่ต่ำกว่า 50 โครงการ เป็นเงินสนับสนุนกว่า 50 ล้านบาท
       
       อีกทั้ง จะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนในธุรกิจอย่างครบวงจร ตั้งแต่ระดับการผลิตผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ การแปรรูป การตลาด การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ การสร้างนวัตกรรม เช่น ปุ๋ยชีวภาพและสารสกัดทางชีวภาพชนิดใหม่ๆ การสร้างมาตรฐานและรูปแบบธุรกิจนวัตกรรม เช่น รีสอร์ทอินทรีย์ ร้านอาหารอินทรีย์ และโรงแรมอินทรีย์ รวมไปถึงการบริโภคผลิตภัณฑ์อินทรีย์"
       
       "ที่ผ่านมา สนช. สามารถสร้างเครือข่ายวิสาหกิจและนักวิชาการ และผู้ประกอบการด้านเกษตรอินทรีย์ให้มีความร่วมมือกันอย่างจริงจัง และผลักดันให้เกิดการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมรวมทั้งหมด 12 โครงการ ด้วยวงเงินสนับสนุน 13 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 67 ล้านบาท ภายใต้กรอบและกลไกการสนับสนุนด้านวิชาการ และด้านการเงินของสำนักงานฯ" ดร.ศุภชัยกล่าว
       
       "โครงการรูปแบบธุรกิจรีสอร์ทเกษตรอินทรีย์ โครงการเครื่องดื่มจากแป้งข้าวกล้องงอกอินทรีย์ โครงการการผลิตสบู่อินทรีย์ โรงงานต้นแบบผลิตปุ๋ยชีวภาพจากแบคทีเรียสังเคราะห์แสง โครงการผ้าอ้อมจากฝ้ายอินทรีย์ ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศไทย ส่งผลให้ธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่ในประเทศไทยเกิดความเข้มแข็งในการขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศได้ อันจะนำไปสู่การสร้างตราสินค้าทางด้านเกษตรอินทรีย์ที่ตลาดต่างประเทศให้การยอมรับภายใต้คำกล่าวที่ว่า “Think Organic…Think Thailand” ดร.ศุภชัยกล่าวทิ้งท้าย

http://www.newswit.net/read/571419.html