“พาณิชย์”เดินหน้าขยายตลาดข้าวคุณภาพดี ในตลาดสหภาพยุโรป (อียู)

               “พาณิชย์”เดินหน้าขยายตลาดข้าวคุณภาพดี เตรียมเข้าร่วมงานแสดงสินค้าใหญ่ระดับโลก “BIOFACH และ Gulfood” นำข้าวไทยโปรโมตเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ มั่นใจขยายตลาดได้เพิ่มขึ้นแน่ ชี้ยังมีโอกาสชิงส่วนแบ่งข้าวตลาดอียูได้เพิ่มขึ้น หลังกัมพูชาและเมียนมาถูกเก็บภาษีเซฟการ์ด ปิ้งไอเดียดึงบล็อกเกอร์ด้านอาหารมาไทยให้เรียนรู้และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับข้าวไทย
 
                นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เตรียมแผนขยายตลาดและประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในเดือนก.พ. 2562 โดยมีกำหนดนำคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปจัดกิจกรรมส่งเสริมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้าวไทยและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมข้าวไทยในงานแสดงสินค้าสำคัญ 2 งาน ได้แก่ งาน BIOFACH 2019 ครั้งที่ 30 ระหว่างวันที่ 13-16 ก.พ. 2562 ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยในการจัดงานแต่ละปีมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 5 หมื่นราย จาก 130 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นเวทีสำคัญในการประชาสัมพันธ์ข้าวอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในสหภาพยุโรป และในวันที่ 17-21 ก.พ. 2562 จะเข้าร่วมงาน Gulfood 2019 ณ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยคาดว่าในปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 9.8 หมื่นราย จาก 193 ประเทศทั่วโลก 
 
               ทั้งนี้ การมุ่งเจาะตลาดข้าวคุณภาพดีในตลาดสหภาพยุโรป (อียู) เนื่องจากเป็นตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีศักยภาพสูง มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐ มีมูลค่าการซื้อขายกว่า 1.2 ล้านล้านบาทและมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทุกปี จากการที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงและให้ความสำคัญกับสุขภาพเพิ่มมากขึ้น โดยหันมาบริโภคสินค้าปราศจากสารเคมีและอาหารที่ปลอดกลูเตน (Gluten Free) ขณะเดียวกัน ไทยมีโอกาสช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดข้าวในอียูได้เพิ่มขึ้นจากการที่อียูเรียกเก็บภาษีนำเข้าข้าวจากกัมพูชาและเมียนมาเป็นระยะเวลา 3 ปี ภายใต้มาตรการเซฟการ์ด โดยปีแรกอียูเก็บภาษี 175 ยูโร/ตัน ปีที่ 2 เก็บภาษี 150 ยูโร/ตัน และปีที่ 3 เก็บภาษี 125 ยูโร/ตัน ทำให้ข้าวที่นำเข้าจากกัมพูชาและเมียนมามีราคาสูงขึ้นใกล้เคียงกับราคาข้าวไทย ซึ่งผู้ซื้ออียูมีแนวโน้มที่หันมานำเข้าข้าวจากไทยซึ่งมีคุณภาพดีกว่า ซึ่งในปัจจุบันกัมพูชาครองส่วนแบ่งตลาดข้าวเป็นอันดับ 1 ในอียูประมาณ 25% รองลงมาได้แก่ อินเดียและไทย
 
           นายอดุลย์กล่าวว่า นอกจากเข้าร่วมงานแสดงสินค้าแล้ว กรมฯ ยังมีมีกิจกรรมอื่นๆ ที่จะนำมาใช้ในการขยายตลาดข้าวไทย เช่น การเชิญบล็อกเกอร์ จากแวดวงอาหารชื่อดังระดับโลกเดินทางเยือนไทยเพื่อจัดกิจกรรมสร้างประสบการณ์เรียนรู้ข้าวไทยในเดือนก.พ. และการจัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปเชื่อมโยงตลาดข้าว ณ ประเทศสิงคโปร์และฮ่องกงในเดือนมี.ค. เป็นต้น “กรมฯ มั่นใจว่าการเดินทางไปจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีช่องทางในการขยายตลาดเพิ่มขึ้น รวมทั้งจะช่วยผลักดันการส่งออกข้าวไทยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายอดุลย์กล่าว สำหรับสถิติการส่งออกข้าวในปี 2562 ตามข้อมูลใบอนุญาตส่งออกข้าว พบว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 4 ก.พ. ไทยส่งออกข้าวปริมาณ 1.07 ล้านตัน ลดลง 2.81% มูลค่า 1.78 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.10%
 
ที่มา: 
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ผู้ประกาศ: 
ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์
ภาพข่าว: