เกษตรกร บ้านห้วยลอย พลิกวิกฤตเขาหัวโล้น สู่แปลงเกษตรอินทรีย์

เกษตรกร บ้านห้วยลอย พลิกวิกฤตเขาหัวโล้น สู่แปลงเกษตรอินทรีย์

              “ชาวบ้านหรือเกษตรกรที่อยู่ที่น่านเขาต้องการพื้นที่ทำกิน แต่พื้นที่ของเขาทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ป่าแล้วเราจะทำยังไงให้เขาสามารถมีรายได้ การใช้พื้นที่ป่าก็ต้องลดลงด้วย ทำให้มีการสำรวจพื้นที่แล้วเลือกพื้นที่บ้านห้วยลอย อ.บ่อเกลือ จ.น่านเพื่อส่งเสริมเพราะชาวบ้านเห็นความสำคัญของป่าไม้โดยชาวบ้านมีการรวมตัวกันยกพื้นที่ทำกินของตัวเองประมาณ 1,750 ไร่ คืนให้กับทหารและรัฐบาลเพื่อคืนพื้นที่ให้ไปปลูกป่า”

               ดร.จันทรารักษ์ โตวรานนท์ หัวหน้าโครงการสวนพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เล่าถึงปัญหาของชาวบ้านในพื้นที่บ้านห้วยลอยที่เผชิญกับปัญหาในการสร้างรายได้เพราะพื้นที่ทำกินล้วนอยู่บนเขา โดยทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้เข้าร่วมโครงการรักษ์ป่าน่านในปลายปี 59โดยช่วงแรกของการทำโครงการต้องการหาคำตอบว่าทำไมน่านป่าไม้ลดลงสาเหตุความเป็นไปเป็นมาเป็นยังไงบ้าง

              “จากการมาสำรวจในพื้นที่พบว่าแต่ละบ้านมีการปลูกพืชสมุนไพรเอาไว้ใช้เพื่อบริโภคเอาไว้ใช้ในครัวเรือนอยู่แล้วก็คือ ขมิ้นกับไพลจึงเป็นที่มาว่าเราจะมาส่งเสริมปลูกพืชสมุนไพรประกอบกับทางมหาวิทยาลัยเรามีศูนย์สมุนไพรที่ครบวงจรมีการเรียนการสอนเกี่ยวกับพืชสมุนไพรอยู่แล้วโดยใช้พืชสมุนไพรขมิ้นกับไพลในเรื่องของการเรียนการสอนอยู่เป็นประจำ อีกอย่างหนึ่งก็คือเขาอยู่ในป่าต้นน้ำถ้าเกิดจะปลูกแบบทั่วๆไปแบบที่เขาใช้ปลูกสำหรับข้าวโพดทำเกษตรกรรมที่เป็นไปไม่ได้เพราะฉะนั้นเราจะต้องมาทำให้เขาหันมาปลูกสมุนไพรอินทรีย์เกษตรอินทรีย์ไปด้วยกัน”

              ดร.จันทรารักษ์ ขยายความต่อว่าพืชสมุนไพรเป็นพืชที่ปลูกแล้วต้องรื้อแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงนึกถึงต้นโกโก้มาอีกอย่างเพื่อหาพื้นที่อีกระดับหนึ่งที่ชาวบ้านปลูกแล้วสามารถเป็นไม้ยืนต้นปลูกแล้วดูแลไปได้ทั้งปีโดยไม่ต้องรื้อแปลงไปมาให้มีความยั่งยืนและทางจังหวัดน่านก็กำลังมาแรงในเรื่องของโกโก้

              “ส่วนของบ้านห้วยลอยชาวบ้านอยู่บนภูเขาที่ระดับความสูงประมาณ500-600 เมตรก็สามารถปลูกพืชโกโก้ได้แล้วก็มีครัวเรือนประมาณ105 ครัวเรือนอาชีพหลักที่ทราบก็คือเขาก็ทำการเกษตร ก็คือเน้นปลูกข้าวโพดแล้วเราก็มาส่งเสริมถ้าเขาได้ปลูกพืชสมุนไพรแล้วจะสามารถทดแทนข้าวโพดได้อย่างไรบ้าง ก่อนอื่นเลยเราก็แนะนำว่าเราเขามาตอนแรกเรามาประชุมกลุ่มพร้อมกันกับชาวบ้านว่าเราจะมีการปลูกสมุนไพรแบบอินทรีย์มีใครจะร่วมโครงการกับเราบ้างเราก็พบว่าจาก 105ครัวเรือน มาลงชื่อกับเราประมาณ53 ครัวเรือนเพราะเราบอกเลยว่าทำโครงการนี้เราไม่ได้มาครั้งเดียวแล้วหายทั้งปีเรามาหลายครั้งเพื่ออบรม และส่วนใหญ่ชาวบ้านมีการปลูกพืชสมุนไพรไว้ท้ายแปลงเป็นแปลงสวนครัวก็จะมีบ้างจุดที่นำไปปลูกในแปลงเกษตรกรรมของเขาซึ่งจะให้ชาวบ้านเลือกเองว่าจะปลูกพื้นที่ไหน”

อ่านต่อฉบับเต็ม https://mgronline.com/live/detail/9620000046920

ที่มา: 
https://mgronline.com/live/detail/9620000046920
ผู้ประกาศ: 
ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์
ภาพข่าว: